2006/Aug/14

หลังจากนั่งเซ็งกะผลบอลแมทหลังๆของหงส์แดงอยู่นาน มาแมทนี้บอกตรงๆ มั่นใจมากๆ(ว่าแพ้แหง๋ๆ) แต่ริเซ่ก็โชว์ความบ้าพลังให้แฟนๆหงส์กรี๊ดเล่นซะงั้น ^ ^ สไตล์ยิงไกลของหมอนี่กี่ลูกก็ชอบ (แหะๆ เป็นพวกชอบสไตล์ยิงไกลแรงๆโหดๆ) ยิงขึ้นนำไปตั้งแต่ช่วงต้นเกม 1-0

แต่เล่นไปได้ 20 นาทีได้มั๊ง บัลลัคดันเจ็บซะงั้น เลยต้องเปลี่ยนตัวออก T T ถึงจะอยู่กะหอย แต่ก็ห่วงน๊า.. จะว่าไป บัลลัคในชุดสีน้ำเงินนี่ ก็ดูดีแฮะ ^ ^ ถึงจะดูแปลกตาไปบ้างก็เหอะ แต่ถ้าอยู่ในชุดหงส์แดงจะดูดีกว่านี้ตูม เพราะชุด Adidas ของหงส์ปีนี้สวยได้ใจ สำหรับเชว่า ใส่ชุดแดงดำดูเท่กว่านา อ่า.. เผลอนอกประเด็นไปซะงั้น ก็เห็นว่าบัลลัคเจ็บไม่มากนะ แป๊บเดียวก็คงหายแล้วล่ะ

แล้วเชว่าก็ทำประตูแรกให้ตัวเองจนได้ในเกมนัดนี้ แต่ลูกนี้ต้องยกเครดิตให้ตัวประกอบบอลโลกอย่างแลมพาร์ดอีกคน

พอครึ่งหลังเชลซีก็บุกซะจนหัวใจหล่นไปหลายหน แต่ในที่สุดพี่คล้าวเราก็ทำสกอร์ขึ้นนำไปในนาทีที่ 80 จบเกมเลยชนะไป 2-1 ได้แชมป์ Community Shield มานอนกอดเล่นเบิกฤกษ์ซะงั้น ^ ^ อิจฉาอ่าดิ๊แฟนผี ฮี่ๆๆ

เกมเมื่อคืนก็หนุกดีนะ แต่นอกสังเวียนก็ใช่ย่อย เพราะจบเกมเฮียมูที่ตอนนี้เพ่แกมีโหงวเฮ้งเป็นเกรียนเทพ กับราฟาไม่ได้มาจับมือกันตามธรรมเนียม ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเกลียดขี้หน้าใครจนไม่อยากจะไปจับมือด้วย = = ดูข่าวก็เห็นพูดโทษอีกคนหมด จากเกมนัดนี้ ก็เลยทำให้คู่นี้กลายเป็นคู่กัดกันไปอย่างเป็นทางการแล้วสินะ

แต่ก็มีเรื่องผิดคาดเราอยู่นิดๆเหมือนกันนา หลังจบเกมเฮียมูแกให้สัมภาษณ์ค่อนข้างเหลือเชื่อ เพราะพี่แกปกติชอบให้สัมภาษณ์หลังจบเกมแบบไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองแพ้เท่าไหร่ เป็นสไตล์ของพี่แก แต่คราวนี้แกยอมรับแต่โดยดีว่า หงส์สมควรจะเป็นผู้ชนะ แถมยังมีชมหงส์เล็กๆด้วย หลังๆนี่เฮียมูเริ่มลดดีกรีฝีปากกล้าลงหน่อยแล้วแฮะ ไม่มันส์เลย

2006/Aug/02

มันเป็นคำพูดจากเพื่อนทุกคนเมื่อได้ยินว่า เราและเพื่อนเก่านัดมีทติ้งกันที่ดรีมเวิลด์ น้ำเสียงแต่ละคนจะประมาณว่า อะไรเข้าฝันเมิงเนี่ย จริงๆก็แค่อยากได้สถานที่ที่สามารถอยู่กันได้ทั้งวัน มีกิจกรรมให้ทำเล่น จะไปโยนโบว์ลิ่งก็นะ อยู่ยังไงทั้งวัน อยู่กัน 3 ชม.ก็แขนหลุดยกลูกโบว์ลิ่งไม่ขึ้นแล้ว เมื่อมีเสียงสนับสนุนก็เลยเลือกที่จะไปกันที่นั่น

ออกตั้งแต่เช้า กลับเอาค่ำ พอกลับมาก็นอนเลย ตื่นมาเที่ยงคืนได้มั๊ง เปิดคอมตามความเคยชิน แล้วนอนตายหมดสภาพต่อยันเที่ยง (ยังกะมิดเดย์ มิดไนท์เซลล์แหน่ะ) พอเที่ยงมาดู เพื่อนทักมาใน msn เพียบเลย ถามแต่ว่าไปแล้วเป็นไงมั่ง (มันแปลกขนาดนั้นเลยหรอฟะ ถึงต้องมาติดตามผลเนี่ย = =) เอาเป็นว่า มาเล่าให้ฟังในบล็อกแล้วกัน ใครไม่สนใจก็ข้ามๆไปแล้วกัน มันยาวและไร้สาระโคดๆ

อ้อ.. ที่ต้องนอนฟื้นตัวยันเที่ยงนั่น ไม่ใช่เพราะไปเล่นเครื่องเล่นมาจนลากเลือดหรอก แต่เพราะฝนตกหนักจนเปียกสุดๆ กว่าจะถึงบ้านก็เกือบสองชม. (กลางวันเล่นเครื่องเล่นก็เปียกจนแห้งไปรอบนึงแล้ว) ร่างกายมันเลยเหมือนจะป่วย แต่ก็ไม่ป่วยซะเลยทีเดียว แค่เพลียๆ เลยต้องพักฟื้นกันหน่อย

ก็ไปเล่นเครื่องเล่นมาหลายอย่าง ความรู้สึกมันเปลี่ยนไป ไอ้จากที่รู้สึกว่ามันเคยน่ากลัวสุดๆก็ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ และจากที่เคยขึ้นได้ 4-5 รอบติดๆกันไม่รู้สึกอะไร ก็กลายเป็นว่า รอบเดียวก็เวียนๆหัวนิดๆเหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องของสภาพร่างกายหรอก (ดักคอไอ้พวกจ้องจะหลอกด่าว่า ท่าทางจะแก่แล้วล่ะสิ) แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า..

เอาเป็นว่า.. ผลจากการไป ฟันธงว่า.. วัยกำลังเกรียนเหมาะสุดในการไปที่นี่ !!! ถ้าตั้งแต่ ม.ปลาย ขึ้นไป ความสนุกจะลดลงแล้ว แต่ไม่ได้ถึงกับเบื่อหรอกนะ.. แต่พอขึ้นปริญญาตรีแล้วไม่ต้องพูดถึง = =

สาเหตุที่คิดยังงั้นก็เพราะ เป็นวัยที่สามารถเสนอหน้าเล่นเครื่องเล่นได้ทุกชนิด และ(เดาว่า)ต่อมความด้านน่าจะยังทำงานไม่เต็มที่ ช่วงต่อคิวคงรู้สึกใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ ในขณะที่พวกเราอ่ะหรอ เมาท์แตกกันกระจาย แต่ร้อนชิบ เมื่อไหร่จะได้เล่นฟะ จะได้เล่นอย่างอื่นต่อ เดี๋ยวเล่นไม่ครบทุกอย่าง ไม่คุ้ม !!!! ส่วนช่วงที่รออยู่บนเครื่องเล่นที่ต้องตีลังกาหลายๆตลบ ไม่รู้คนอื่นจะคิดยังไง แต่เรายอมรับว่า.. อดนึกถึงกระเป๋าที่ตั้งไว้ตรงตู้ฝากของไม่ได้ หวังว่าตูลงมา กระเป๋ามันจะยังวางไว้ที่เดิมนะ กล้อง, กระเป๋าตังค์ ของช้านนนน !!!

ก็แหม๋.. ถ้าเราเป็นมิจฉาชีพ จะจดๆจ้องๆอยู่แถวๆนั้นล่ะ พอคนเผลอแล้วเจอกัน ไอ้เจ้าของอ่ะ มันมัวแต่ตีลังกาอยู่บนอากาศไม่สนใจและไม่มีปัญญาทำไรหรอก เฮ้อ.. ไม่รู้คนอื่นจะคิดรึเปล่า แต่เราคิดอ่ะ (เฮ้ย.. ไม่ใช่กรณี ฆาตรกร ย่อมเข้าใจในหลักการและวิถีแห่งการฆาตรกรรม นะเฟ้ย ช้านเป็นคนดี~)

อ่า.. เล่าไปเล่ามา ไม่ได้สาระเลยแฮะ ก็เอาเป็นว่า อยู่นั่นกันยันเย็น เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการต่อคิว แต่ก็ไม่ได้เบื่อไรมากมาย อย่างที่บอก ช่วงต่อคิวก็เมาท์กระจุยไปเรื่อย แต่ตอนเย็นฝนดันตกซะได้ เลยต้องวิ่งลุยฝนมาที่รถ ด้วยความที่ชีวิตช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เลยเหนื่อยแทบเดี้ยงไปทั้งตัว ขับรถกลับอยากจะหลับในให้รู้แล้วรู้รอดไปซะเลย แต่ก็ไม่กล้าพอไม่ได้ขออนุญาตพ่อแม่ไว้ เลยอดทนขับไปเรื่อย ก่อนถึงบ้านแวะตลาดก่อน ที่นี่ฝนก็ดันไม่ตกไม่มีทีท่าครึ้มซะด้วย เดินตัวเปียกอยู่คนเดียวทั้งตลาด เทพแสดเด่นจริงๆ ใครๆก็มอง ท่าทางไม่เคยเห็นคนสวยเปียกน้ำ ^0^

พอดีกว่าแฮะ เริ่มบ่นงี่เง่าขึ้นเรื่อยๆ เกรงใจจริงๆนะเนี่ย หายไปก็นาน ธีมก็ยังไม่ได้ทำ กลับมาบ่นไรก็ไม่ได้สาระ ขอโทษค่ะ.. T T แล้วก็คงจะไม่หายไปนานๆอีกแล้วมั๊ง เพราะโดนด่าคำง่ายๆแต่เจ็บแท้บ่อยมาก "อิขี้เกียจ!!"

2006/Jul/18

ที่หายๆไปเนี่ย ไม่ใช่เพราะเยอรมันไม่ได้แชมป์บอลโลก ก็เลยพาลไม่ฉลองแชมป์ให้อิตาลีนา (ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแมทซ์ที่น่าเบื่อโคดๆก็ตาม ดูไปจะหลับไปให้ตายดิ) แต่เพราะช่วงนี้โรคกระเพาะกำเริบ เวลาอาการกำเริบหนักๆนี่ ถึงขั้นหน้ามืดคลานขึ้นเตียงสลบ(หรือหลับก็ไม่รู้)ไปเลย จะไฟไหม้หรือฟ้าถล่มก็ไม่ตื่นหรอก (เพราะแม่ปลุกหลายหนเหมือนกัน แต่ก็ไม่ตื่น แม่ก็งงๆมันไปอดหลับอดนอนมาจากไหน จริงๆไม่ใช่.. ลูกสลบอยู่ตะหาก) แต่สองวันมานี้อาการปวดก็หายเป็นปลิดทิ้งไปแล้ว มันจะเป็นช่วงๆหลายๆเดือนจะเป็นซักกะหน แต่พอเป็นทีจะเป็นหลายๆวันติดกันเลย

อ่า..แก้ตัวซะนาน ขอบ่นหน่อย ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้ทำไมซวยๆ นอกจากโรคกระเพาะจะกำเริบแล้ว วันก่อนแบกสังขารขับรถไปข้างนอก พอลงจากรถหน้ามืด เซถลาคางไปกระแทกขอบประตูรถที่เปิดอยู่ โอ้โห.. รู้เลยว่าทำไมนักมวยเจอต่อยปลายคางถึงร่วงง่ายๆ เพราะร่วงเหมือนกัน = = ลงไปนั่งกองเห็นดาวเลย (ไอ้ที่เค้าว่าเห็นดาวนี่มันเห็นจริงๆนะ ถ้าอยากเห็นลองเอาคางไปกระแทกไรแรงๆดู) นี่ขนาดไม่ถึงขั้นคางแตกนะ แค่ช้ำๆ

จากนั้นอีกวันขับรถในหมู่บ้านก็ขับไม่ได้เร็วไรนะ กำลังนึกด่ามอไซด์ข้างหลังอยู่ที่มันขับซะจ่อจะแซงก็ไม่แซงไปให้พ้นๆ แล้วก็มีหมาไซส์ S ท่าทางคุณหนูเดินตัดหน้ารถอย่างสง่าผ่าเผย ไอ้เราก็เบรคสิ มอไซด์มันก็เบรคทันนะ แต่มันมาเคาะกระจก พอเปิดไปเจ๊คนขับแกก็ด่าเลย = =

"ขับรถไรเบรคกระทันหันแบบนี้ ขับเป็นรึเปล่าวะ" เจ๊แกตวาดอย่างไม่สนใจไรทั้งนั้น
"อ่า.. ก็หมามันวิ่งตัดหน้ารถนี่คะ แล้วพี่มาขับรถจ่อตูดทำไม" ไอ้เราก็อึ้งๆ ตูผิดหรอฟะ ถ้าไม่มีเหตุอะไรตูจะเบรคหรอ
"ไหนหมา ไม่เห็นมีเลย ผิดแล้วยังไม่สำนึก" คนเริ่มมุง.. ไอ้เราก็ชักยัวะนิดๆ
"พี่ขา.. ถ้าพี่เป็นหมาพี่จะยังอยู่ในจุดเกิดเหตุมั๊ยคะ" ถึงหมาต้นเหตุจะไม่อยู่ แต่หมาที่ปากเรามันก็เริ่มทำงาน = =
"อะไร นี่แกว่าช้านเป็นหมาหรอ" เจ๊แกเลยเดือดx2
"เปล่าๆค่ะ แค่อยากจะบอกว่า ถ้ามันไม่ตายคาล้อ มันก็คงหนีไปแล้วล่ะค่ะ.. พี่ก็ไม่ได้เป็นไร จะโวยวายทำไม แต่อยากจะเตือนว่า ขับรถแบบนี้มีกี่ชีวิตก็ไม่พอ"
"แกว่าช้านผิดเรอะ" เจ๊แกยังไม่รู้ตัว (หรือเจ๊แกจะถูกฟะ)
"ก็นะพี่จะผิดจะถูกช่างมันเหอะ แต่มอไซด์มันตายง่ายนะพี่..ไม่ต้องอุบัติเหตุแรงก็ตายได้.. พี่ชายหนูก็ตายเพราะมอไซด์" พอจบตรงนี้ เจ๊แกเงียบเลย เราก็ชิงจังหวะเจ๊แกอึ้งเผ่นจากที่เกิดเหตุซะ แต่ก็นะ ทำไมต้องซวยมีเรื่องบ้าๆงี้ด้วยน๊า แต่โดนเจ๊ด่าก็ดีกว่าทับหมาตัวนึงแหล่ะน่ะ = =

พอกลับมาบ้าน ตอนแรกว่าจะแวะหิ้วไรเข้ามา ดันมีเรื่องกะเจ๊คนนั้น เลยไม่ได้แวะซื้อของกิน เข้าครัวไปต้มน้ำหยิบพวกไวไวคัพมา ตอนเปิดฝาถูกไอ้ฝาไวไวคัพบาดเลือดกระฉูด จะบ้าตาย นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิต ที่ถูกไอ้ฝาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบาดเนี่ย จะว่าตัวเองโง่ก็คงจะใช่อ่ะ = =

ยัง..ยังไม่พอ ก็ใส่น้ำร้อนเสร็จ ถือถ้วยไวไวจะออกจากครัว ประตูมันปิดอยู่ อยู่คนเดียวเลยไม่ได้ระวัง น้องมันดันมาหาพอดี มันเปิดประตูห้องครัวกระแทกหน้าผงะ = = ไวไวร้อนๆหกรดขาปวดแสบปวดร้อนโคดๆ โกรธก็โกรธมันนะ แต่มันก็ไม่ผิดซะเลยทีเดียว.. เฮ้อซวยขนาดนี้แล้วคงหมดโปรโมชั่นแล้วนะ ไม่ต้องมีไรซวยๆมาอีกล่ะ

ป.ล. ถ้าหายไปนานอีกไม่ต้องสงสัยนะ หมดบอลโลกแล้วว่าจะอัพธีมใหม่อยู่ แต่โดนกัดๆอยู่ว่า ธีมไม่เคยเข้ากับเรื่องเล๊ย เพิ่งจะเข้าจริงๆก็ธีมบอลโลกเนี่ย แต่ขอบอก.. ธีมต่อไป.. ไม่เข้ายิ่งกว่า 5 5 5 เอาน่า.. ขำๆ